ความรู้บุหรี่ไฟฟ้า

Latest Update 10/08/2022
5 รุ่นบุหรี่ไฟฟ้าน้ำหนักเบา พกพาไปไหนก็ง่าย | Siampods

5 รุ่นบุหรี่ไฟฟ้าน้ำหนักเบา พกพาไปไหนก็ง่าย | Siampods

  •  June 6, 2022

เรื่องของน้ำหนักของตัวเครื่องก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆคนให้ความสนใจ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเป็นไอเท็มที่เรามักจะพกติดตัวไปไหนมาไหน การที่ตัวเครื่องของบุหรี่ไฟฟ้ามีน้ำหนักที่เบาก็จะทำให้ผู้ใช้ใช้งานได้สะดวกขึ้น และพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นเช่นกัน วันนี้ร้าน siampods จึงจะขอมาแนะนำบุหรี่ไฟฟ้า 5 รุ่นจากแบรนด์ต่างๆที่มีน้ำหนักเบามากๆ มาดูกันเลยว่าจะมีรุ่นไหน แบรนด์ไหนกันบ้าง

5 รุ่นบุหรี่ไฟฟ้าน้ำหนักเบา จากหลากหลายแบรนด์ 

1. Relx Lite Pod

มาเริ่มกันที่ตัวแรกของแบรนด์ Relx แบรนด์บุหรี่ไฟฟ้ายอดฮิตในไทย เดินไปไหนมาไหนก็ต้องเจอคนใช้แบรนด์นี้อยู่เป็นประจำ ชื่อรุ่นของรุ่นนี้ก็รับประกันความน้ำหนักเบาอยู่แล้ว เป็นเพราะตัวเครื่องที่ทำมาจากพลาสติกแทนที่จะเป็นอะลูมิเนียมเหมือนกับในรุ่นอื่นๆ ทำให้ราคาถูกลงอีกด้วย แต่ข้อเสียคือความแข็งแรงทนทานของตัวเครื่องที่ลดลง ข้อนี้สำหรับผู้ที่สนใจก็คงต้องลองเอาไปชั่งน้ำหนักกในใจกันดู แต่รับประกันได้เลยว่าไม่มีปัญหาในการใช้งานแน่นอน เพราะตัวเครื่องมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 350 mAh และฟีลลิ่งในการใช้งานที่แทบไม่ต่างกับรุ่นอื่นๆของ Relx เลย

2. Relx Phantom

ยังคงอยู่กับแบรนด์ Relx และรุ่น Phantom ตัวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นรุ่นยอดฮิตที่ครองใจในทุกคนอยู่ในเวลานี้เลยทีเดียว สิ่งที่ทุกคนชอบอย่างแน่นอนก็ต้องเป็นเรื่องของน้ำหนักที่เบาตามสไตล์ของ Relx และตัวนี้ก็จะมีราคาต่างกับรุ่น Lite เพราะตัววัสดุของตัวเครื่องทำมาจากอะลูมีเนียม นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของการดีไซน์ที่ดูเรียบหรู ดูแพงมากกว่า และเมื่อไม่นานมานี้ทางแบรนด์ก็ได้ปล่อยสีใหม่ๆของรุ่น Phantom อากมาเป็นรุ่นที่มีสีแบบทูโทน ไม่ว่าจะเป็นสี Aqua nature (เขียวทูโทน), Galaxy Blue (ฟ้าทูโทน), Pink Gold (ทองชมพู), และ Blue Lemon (เหลืองฟ้า) รับรองว่าสี limited เหล่านี้ถูกอกถูกใจเหล่าสาวๆแน่นอน

3. This is Salts INFY

ตัวนี้ก็โดเด่นในเรื่องดีไซน์ภายนอกไม่แพ้กับตัว Relx Phantom เลย ตัวเครื่องที่ทำมาจากวัสดุอะลูมิเนียมเช่นเดียวกับ Relx Phantom ทำให้ได้ตัวเครื่องที่มีน้ำหนักเบาไม่ต่างกัน นอกจากนี้ดีไซน์ที่ใกล้เคียงกันนี้ยังทำให้ทั้ง 2 ตัวนี้ใส่หัวของกันและกันได้อีกด้วยและหัวของตัว This is Salts ยังให้น้ำยามามากกว่าตัวของ Relx อีกด้วย สเป็คของตัวเครื่องก็ถือว่าดีไม่แพ้ใครเพราะมากับแบตเตอรี่ 400 mAh มาพร้อมกับรูชาร์ตแบบ Type- C แถมยังรองรับ Fast Charging อีกด้วย

4. Voopoo Vinci Q Pod

สำหรับตัวใหม่ล่าสุดของแบรนด์ Voopoo ที่จิ๋วแต่แจ๋วอย่างตัว Voopoo Vinci Q นี้จะต่างกับ 3 ตัวด้านบน คือ เป็นพอตระบบเปิด (Open System) หรือหัวแบบที่ต้องเติมน้ำยา และถึงอย่างนั้นทาง Voopoo ก็ดีไซน์ให้มันเป็นตัวเล็กสเป็คแรง ตัวเครื่องทำมาจากพลาสติกทำให้เด่นในเรื่องของน้ำหนักเบาและราคาก็ถูกลงอีกด้วย ซึ่งข้อดีของการสูบระบบเปิดที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว คือ การให้ความรู้สึกตอนสูบที่โล่งกว่า ยังมีในเรื่องของการสูบที่สามารถสูบได้ทั้งระบบออโต้และแบบกดปุ่ม สามารถเลือกสูบได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนได้เลย

5. Uwell Caliburn G2


ถึงแม้ว่า Caliburn G2 จะไม่ได้น้ำหนักเบามากถ้าเทียบกับทั้ง 4 รุ่นที่ผ่านมา แต่สเป็คของเครื่องที่ผ่านการปรับแต่งมาเป็นอย่างดีทำให้ได้อรรถรสในการสูบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการพัฒนาระบบรูลมที่สามารถปรับได้ ทำให้ไม่ว่าจะชอบความโล่งหรือความแน่นแบบไหนผู้ใช้ก็สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ และทาง Uwell ก็ได้พัฒนาเรื่องรสชาติของน้ำยาที่พยายามที่จะรีดเอารสชาติดั้งเดิมของน้ำยาออกมาเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมือนเดิมทุกครั้งในการสูบ และนี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้ง Caliburn G2 และรุ่นอื่นของ Uwell เป็นที่นิยมกับผู้ใช้งานเสมอมา

บุหรี่ไฟฟ้าระบบปิดและระบบเปิดแตกต่างกันอย่างไร

อย่างที่ได้พูดไปข้างต้นหลายๆคนอาจจะยังงงว่าบุหรี่ไฟฟ้าระบบเปิดและระบบปิด แตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีและมีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง มาดูกัน

Open System/ระบบเปิด 

เป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่ผู้ใช้สามารถเติมน้ำยาเองได้ ข้อดี คือ สามารถเลือกใช้น้ำยาได้ทุกยี่ห้อไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นยี่ห้อเดียวกับตัวเครื่องเท่านั้น ส่วนข้อเสีย คือ เมื่อเติมน้ำยาแล้วควรเว้นเวลารอไว้เพื่อให้น้ำยาชุ่มในสำลีก่อนถึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Close System/ระบบปิด

เป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบที่ต้องเปลี่ยนหัวทุกครั้งที่น้ำยาหมด โดยต้องใช้หัวยี่ห้อเดียวกับตัวเครื่องเพื่อความพอดี แต่ก็จะมีข้อยกเว้นสำหรับบางแบรนดื บางรุ่นที่สามารถใช้ร่วมกันได้เหมือน Relx Phantom และ This is Salts INFY ข้อดีก็คือสามารถทิ้งหัวได้เลยทุกครั้งที่น้ำยาหมดและสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรอ